เมืองหลวงแห่งสตรีทอาร์ต ” P E N A N G “

ทริปนี้จะพาเพื่อน ๆ ไปเที่ยวกับเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงแห่งสตรีทอาร์ต นั้นก็คือ ปีนัง ประเทศมาเลเซียนั้นเองครับ การเดินทางไปที่ปีนังก็ง่ายแสนง่ายจะบินตรงไปลงที่ปีนังเลยก็สามารถทำได้ แต่มันจะไม่ค่อยได้วิถีแห่ง Backpacker อย่างผมสักเท่าไหร่ ผมก็เลยเลือกการเดินทางเข้าไปที่ปีนังด้วยรถไฟนั้นเอง
แต่ครั้นจะนั่งรถไฟยาวไปตั้งแต่กรุงเทพเลยก็ดันมีเวลาไม่มากพอ ก็เลยขอจบกันคนละครึ่งทางด้วยการบินมาลงที่หาดใหญ่ แล้วค่อยนั่งรถไฟจากหาดใหญ่เข้าไปเที่ยวปีนังอีกต่อนึงแล้วกัน

========================================================================
เริ่มจากจองตั๋วเครื่องบินกันก่อน ผมใช้งานกับเจ้าประจำก็คือ Traveloka นั้นเอง

เช็คราคา – จองตั๋วไปมาเลเซียได้ที่นี่เลย >> https://www.traveloka.com/th-th/flight-to-malaysia

ซึ่งปัจจุบันนี้ Traveloka สามารถทำการเช็คอินออนไลน์ได้ทั้งแอพลิเคชั่น หรือ หน้าเวปไซต์ได้แล้ว โดยที่ไม่ต้องไปเสียเวลาไปเช็คอินออนไลน์ที่หน้าเวปไซต์ของสายการบิน อีกต่อไป

ขั้นตอนก็ง่ายแสนง่ายครับ ทำตามรูปด้านล่างนี้ได้เลย

สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ >> https://www.traveloka.com/th-th/checkin
ซึ่งข้อดีของการเช็คอินออนไลน์กับ Traveloka ก็คือ
– Online Check-in กับ Traveloka มีเวลาเหลือก่อนขึ้นเครื่อง
– ช่วยประหยัดเวลา สำหรับคนที่ไม่ต้องโหลดกระเป๋า ก็รอ Boarding Time ได้เลย
– สะดวก และรวดเร็วทันใจ ช่วยทำให้การเดินทางง่ายขึ้นกว่าที่เคย

========================================================================
เอาล่ะ หลังจากจองตั๋วเครื่องบิน พร้อมเช็คอินออนไลน์กับ Traveloka กันแล้ว ก็ออกเดินทางสู่ปีนังกันได้เลย มาเริ่มกันที่ สถานีรถไฟหาดใหญ่ ทำการซื้อตั๋วรถไฟไปยังปลายทาง “ปาดังเบซาร์” ครับ รถไฟมี 2 รอบคือ 7 โมงเช้า กับ บ่าย 2 โมงครับ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง

จากนั้นก็จะมาถึง ปาดังเบซาร์ จุดนี้ต้องผ่าน ตม. เข้าประเทศมาเลเซียครับ อย่าลืมเล่มหนังสือเดินทางด้วยล่ะ ผ่าน ตม. เข้ามาก็เดินไปซื้อตั๋วรถไฟอีกต่อครับปลายทางที่ บัตเตอร์เวิร์ธ นั้นเอง ใช้เวลานั่งรถไฟอีกประมาณ 2 ชั่วโมงครับ รถไฟฝั่งมาเลเซียจะคลายรถไฟฟ้าบ้านเรา แอร์เย็นสบายครับ

เมื่อมาถึงกันที่บัตเตอร์เวิร์ธการเดินทางของเราก็ยังไม่จบสิ้นครับ จะจบง่าย ๆ มันก็ผิดวิถี Backpacker แบบผมไปสักหน่อย ก็ต้องต่อเรือเฟอร์รี่เพื่อข้ามฟากไปยังฝั่ง จอร์จทาวน์ นั้นเองครับ เรานั่งเฟอร์รี่ประมาณ 15 นาทีก็จะถึงฝั่ง ข้ามฟากในช่วงเวลาเย็น ๆ ก็เห็นวิวพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าสวยงามใช้ได้เลยล่ะครับ

ถึงฝั่งก็เริ่มจะค่ำกันแล้ว แน่นอนว่าท้องก็เริ่มร้องเดินจากท่าเรือเฟอร์รี่เอากระเป๋าไปโยนไว้ที่พักแล้วออกไปหาข้าวกินกันก่อนดีกว่า

แหล่งขายอาหารจริง ๆ ก็มีอยู่ทุกมุมเมืองครับ แต่แหล่งอาหารที่ขึ้นชื่อใคร ๆ มาก็ต้องไปลองกินกันก็คือ Gurney Dive ครับ ร้านอาหารมีให้เลือกเยอะมากครับ ผู้คนก็เยอะเช่นเดียวกัน ทั้งคนท้องถิ่นเองหรือนักท่องเที่ยว ก็ไปเลือก ๆ อาหารมาแล้วก็ถือมานั่งกินที่โต๊ะครับ

ก็หมดไป 1 วัน กลับเข้าที่พักนอนหลับพักผ่อนวันรุ่งขึ้นก็มาลุยกับปีนังกันแบบเต็ม ๆ วันกันเลยครับ เริ่มต้นจากเดินเล่นชมเมือง เนื่องจากที่ปีนังมีผู้คนอยู่อาศัยกันหลากหลายเชื้อชาติครับ ไม่ว่าจะเป็นจีน หรือ แขก เพราะฉะนั้นแน่นอนครับว่าก็มีหลากหลายศาสนาด้วยเช่นกัน แต่ทั้งหมดนี้ก็อาศัยอยู่ด้วยกันอย่างลงตัวครับ เราจะสังเกตุได้ว่า วัดจีน วัดแขก ตั้งอยู่ติด ๆ กันเลยล่ะครับ

จากนั้นเราก็เดินตามตรอกซอกซอยในย่าน George Town เนี่ยแหล่ะครับเพื่อถ่ายรูปกับ Street Art ที่มีอยู่ทั่วทุกหัวมุมเลยก็ว่าได้ หรือใครอยากตามล่าเก็บรูป Street Art ที่เด่น ๆ ก็สามารถหาแผนที่แล้วเดินตามไปเก็บได้เลยนะครับ ส่วนตัวผมเน้นความตื่นเต้นครับเดินไปเรื่อย ๆ เจอก็ถือว่าโชคดีครับ ไม่ต้องตามเก็บครบเหมือนรีวิวอื่น ๆ แต่เราก็เก็บไปเรื่อย ๆ ไม่ซ้ำใครครับ

เดินไปเดินมา ก็มาทะลุออกใกล้ ๆ กับบริเวณท่าเรือเฟอร์รี่ที่เราข้ามฟากมาเมื่อวานครับ ที่บริเวณนี้จะมีหมู่บ้านชาวประมงอยู่ชื่อ Jew Jetty ครับเป็นจุดชมวิวที่สวยงามอยู่เหมือนกัน เมื่อเดินผ่านบ้านเรือนชาวประมงบนสะพานไม้ที่ทอดยาวก็จะไปเห็นทะเล ที่สามารถมองข้ามไปยังฝั่งบัตเตอร์เวิร์ธได้เลยครับ (จริง ๆ ถ้ามาในเวลาเช้า ๆ จะสวยงามมากครับ เห็นพระอาทิตย์ขึ้นได้ด้วย)

นอกจาก Street Art ที่น่าสนใจบนฝาผนัง กำแพงตามมุมต่าง ๆ แล้ว ตึกรามบ้านช่องก็สวยงามไม่แพ้กัน ด้วยสถาปัตยกรรมสไตร์โคโลเนียล ที่ได้รับอิทธิพลมาตั้งแต่สมัยเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ

อย่างที่บอกในช่วงแรกว่าผู้คนที่อยู่อาศัยที่ George Town นั้นก็มีหลายเชื้อชาติทำให้สถาปัตยกรรมก็หลากหลายเช่นกัน เช่นสถาปัตยกรรมแบบจีน ๆ ก็พบเห็นได้ทั่วไป

ต่อกันด้วย Street Art อีกสักหน่อยเพราะเวลายังเหลืออีกพอสมควรเลยครับ

โคโลเนียลไปแล้ว จีนก็ไปแล้ว ยังเหลืออีก 1 ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน นั่นก็คือ อินเดีย ครับที่นี่มี Little India ด้วยนะครับ เดินเข้ามาก็ได้ยินกับเสียงดนตรีที่เปิดกันเป็นเอกลักษณ์เลยล่ะครับ มีทั้งอาหาร ขนม และเสื้อผ้า เครื่องประดับขายกันในย่านนี้ครับ

ตกเย็นเริ่มจะค่ำกันแล้ว ก็มีอีกสถานที่ ๆ ต้องลองแวะไปครับอยู่ถัดออกมาจากเมืองเลย Gurney Dive ที่เราไปกินข้าวกันอีกหน่อย ก็จะมาถึง Penang Avatar Secret Garden ก็คือสวนอวตาลนั้นเอง ภายในบริเวณก็จะมีการจัดไฟในสวนให้บรรยากาศคล้ายกับในหนังอวตาล ที่โด่งดังนั้นเองครับ

ก็จบทริปสำหรับเที่ยวปีนังกันแล้วครับ ด้วยการเที่ยววิถี Backpacker ก็อาจจะใช้เวลากับการเดินทางไปเยอะพอสมควร (ก็เดินทางเกือบ ๆ จะเต็มวัน) แล้วก็เที่ยวกันอีก 1 วันเต็ม ๆ ที่ปีนัง จริง ๆ แล้วยังมีสถานที่ให้เที่ยวอีกเยอะครับที่ปีนังแต่ด้วยระยะเวลาที่จำกัดก็ได้มาเท่านี้ก็ถือว่าเต็มอิ่มทีเดียวครับ แล้วติดตามต่อตอนต่อไปนะครับ ว่าผมจะพาไปเที่ยวกันต่อที่ไหน…

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s