ป่าสน ลมหมอก ดอกหงอนนาค @ภูสอยดาว

ถ้าเอ่ยถึงการปีนเขา เดินป่า ในหน้าฝนแล้วล่ะก็ ที่ ๆ ถือว่าเป็นที่สุดของการเดินทางคงไม่พ้น “ภูสอยดาว” แห่งนี้ครับ ด้วยความสวยงามของลานสนอันกว้างใหญ่ ที่ถูกกลืนอยู่ในสายหมอกแทบจะตลอดเวลา กอปรกับสีม่วงของทุ่งดอกหงอนนาคที่จะเบ่งบานในฤดูฝน เป็นภาพที่เสมือนดังอยู่ในเทพนิยายยังไงยังงั้น (อันนี้ แอดไม่ได้เวอร์นะ มันสวยมากจริง ๆ) ภูสอยดาว อยู่ในพื้นที่ อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว จังหวัดอุตรดิตถ์ นี้เองครับ ช่วงฤดูกาลที่จะได้พบเห็นกับทุ่งดอกหงอนนาคสีม่วงเต็มพื้นที่อยู่ในช่วงเดือน สิงหาคม – กันยายน ครับ

การเดินทาง

– เส้นทางที่ค่อนข้างสะดวกสุดคือ มายังจังหวัดพิษณุโลกครับ ไม่ว่าจะเป็นรถโดยสารประจำทาง หรือรถไฟ
– จาก พิษณุโลก ถ้ามากันน้อยคน ต้องต่อรถโดยสารไปยัง อำเภอชาติตระการ ครับ จากนั้นก็นั่งรถโดยสารต่อไปที่ อำเภอน้ำปาด (ซึ่งวิธีนี้จะมีปัญหาคือ รถโดยสารไม่แน่นอน อาจไปถึงไม่ทันขึ้นลานสนต้องอยู่รออีกวัน อีกทั้งขากลับอาจไม่มีรถกลับเข้ามายังชาติตระการ ต้องอาศัยโบกรถ)
– ส่วนถ้าใครมากันหลายคนหน่อย แนะนำว่า ทำการเหมารถไปยัง อุทยาน เลยครับ แล้วก็ทำการนัดวันไปรับกลับด้วยครับ วิธีนี้จะสะดวก

การเตรียมตัว

– เสื้อผ้าพร้อมลุย ถ้าพร้อมเปียกฝนก็ดีครับ
– เสื้อกันฝน เที่ยวป่าหน้าฝนติดไปด้วยก็ดีครับ
– แพ็คสัมภาระให้ดีครับ โอกาสเจอฝนมีมาก ถ้าเปียกทั้งหมดคงอยู่ลำบาก
– อาหาร พร้อมเครื่องครัว เพราะบนลานสนไม่มีร้านอาหารขายครับ ต้องทำเอง
– กระดาษชำระ ทั้งแบบแห้ง และ แบบเปียก สำคัญเลยแหล่ะ
– รองเท้าควรเป็นผ้าใบ (หุ้มส้นได้จะดี) หรือจะเป็นรองเท้ารัดส้นก็ได้ครับ เอาที่พร้อมลุยน้ำ + ดินเละ ๆ ได้
– ไฟฉาย อันนี้ก็สำคัญเพราะบนลานสนไม่มีไฟฟ้าครับ
– เต้นท์ ถุงนอน (ถ้าไม่มี ทางศูนย์บริการนักท่องเที่ยวมีบริการให้เช่าครับ)
– น้ำดื่ม (บนลานสนมีลำธาร แต่ไม่แนะนำให้เอามาดื่มครับ กับอีกส่วนมีถังน้ำที่เจ้าหน้าที่รองน้ำฝนไว้ ส่วนนี้พอจะเอามาดื่ม + ปรุงอาหารได้ครับ)
– อื่น ๆ เช่นยารักษาโรค ยาทาแก้ปวด (ปวดขาแน่ ๆ)

เมื่อพร้อมแล้ว รอไรล่ะ ลุย !!!

เริ่มต้นเมื่อเดินทางมาถึงอุทยานแห่งชาติแล้ว ก็ทำการลงทะเบียนกันที่าศูนย์บริการนักท่องเที่ยวครับ ชำระค่าธรรมเนียม ชั่งน้ำหนักสิ่งของที่จะให้ลูกหาบ หาบไปให้ สามารถเช่าเตนท์ ถุงนอน แผ่นรองนอน ได้จากจุดนี้เลยครับ จากนั้นก็ทำการเตรียมความพร้อมของเราเองเช่นการแพ็คสัมภาระ เปลี่ยนชุดให้พร้อมลุย เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยก็ทำการนั่งรถอีแต๊กของทางเจ้าหน้าที่ต่อเข้าไปยังจุดเริ่มเดินครับ บริเวณน้ำตกภูสอยดาว

ที่จุดเริ่มเดินจะมีร้านค้าขายข้าว อาหารตามสั่ง น้ำดื่ม การแฟครบเลยครับ ถ้ายังไม่ทานข้าวเช้า ก็แวะทานกันก่อน (ส่วนใหญ่จะทำการทานมาแล้วที่ตลาดชาติตระกาน เพราะส่วนมากจะแวะซื้ออาหารไว้ปรุงกันด้านบนที่ตลาดชาติตระการ) หรือถ้าไม่ทานก็สั่งใส่ห่อไว้กินมื้อกลางวันกลางทางได้ครับ สะดวกสบายดี

เริ่มต้นออกเดินกับระยะทาง 6.5 กิโลเมตร ทางเดินช่วงแรกยังไม่ชันมากครับเป็นการเดินลัดเลาะไปตามลำธารที่ไหลมาเป็นน้ำตกภูสอยดาวครับ ธรรมชาติสองข้างทางเขียวขจี อากาศไม่ร้อนครับเดินเรื่อย ๆ เนินส่งญาติ จากจุดนี้หนทางจะเริ่มชันถึงชันมากครับ เดินกันเหนื่อยสุด ๆ ไปเลยแหล่ะ จะมีจุดให้หยุดพักได้ครับค่อย ๆ ไป ก็จะพอมีทางราบให้ได้เดินสบาย ๆ อยู่บ้าง

 

ตัดมาที่เนินสุดท้ายเลยครับ กับเนินมรณะ จุดนี้ทางเดินโคตรชันนนนน ชันมากกกกกก สมชื่อเนินจริง ๆ แต่นักท่องเที่ยวส่วนมากจะเริ่มล้า และปวดขากันมาก็จะก้มหน้าก้มตาเดิน จริง ๆ แล้วบริเวณเนินมรณะนี้ วิวสวยมากครับลองหันมามองด้านหลังด้วยนะครับ บางช่วงก็จะเห็นวิวทิวเขาที่มีหมอกลอย สวยงามมากครับ แต่ถ้าระหว่างเดินฝนตกหนักก็จะไม่ได้เห็นแบบนี้นะครับ ฮ่า ๆ ๆ

จากเนินมรณะผ่านขึ้นมาเราก็จะได้พบกับลานสนแล้วล่ะครับ ภาพที่เห็นมันทำให้ลืมความเหนื่อยล้า และอาการปวดขา ไปชั่วขณะเลยที่เดียวครับ พักถ่ายรูปกันสักพักก็เดินอีกหน่อยครับ ก็จะไปถึงจุดกางเตนท์ครับ ก็ทำการกางเตนท์ เก็บข้าวของให้เรียบร้อยครับ พักผ่อนสักพักหนึ่งก็เดินไปชมพระอาทิตย์ตกได้ครับ บนลานสนนี้ยริเวณไม่กว้างมากครับ เดินเล่น ๆ ก็ทั่วครับ

เสร็จแล้วก็มาประกอบอาหารทานมื้อเย็นกันครับ ด้านบนลานสนจะมีห้องน้ำให้ครับ ไม่ต้องขุดหลุมเหมือนที่อื่น ๆ ใครต้องการอาบน้ำก็ต้องทำการเช่าขันน้ำ และถังตักน้ำจากเจ้าหน้าที่ด้านบนได้ครับ ไปตักน้ำที่ลำธารไปอาบได้ครับ บนนี้อากาศค่อนข้างเย็นสบายครับ บางวันก็ถึงกับหนาวเลยทีเดียวแหล่ะ ถ้าฟ้าเปิด ๆ กลางคืนเราจะได้เห็นดาวเต็มท้องฟ้าเลยครับ

เช้าวันต่อมาก็เดินลงไปเที่ยวน้ำตกได้ครับ ชื่อน้ำตกสายทิพย์ จะเป็นการเดินลงครับ ทางค่อนข้างลื่น น้ำตกจะเป็นน้ำตกเล็ก ๆ ครับ ไม่ใช่น้ำตกใหญ่ ตามโขดหินจะมีตระไคร่ มอสเกาะอยู่เต็มไปหมด ถ้าไปบางช่วงจะมีใบเมเปิ้ลสีแดงสด ตัดกับสีเขียวของก้อนหิน ก็จะสวยไปอีกแบบครับ

 

อีกจุดที่เป็นแลนด์มาร์คของบนลานสนนี้คือหลักเขตแดนครับ ด้านหนึ่งจะเป็นประเทศไทย อีกด้านหนึ่งจะเป็นประเทศลาวครับ บริเวณนั้นจะมีสัญญาณโทรศัพท์มือถือด้วยนะครับ เผื่อใครต้องการใช้โทรศัพท์ก็เดินไปบริเวณนั้นได้ครับ ส่วนที่เหลือก็ทำการเดินเล่นบนลานสนครับมีมุมสวย ๆ ให้ถ่ายรูปกันเยอะเลยครับ

 

 

เราพักกัน 2 คืนบนนั้นครับ จากนั้นก็เดินลงจากลานสนในเช้าวันที่ 3 ครับก็จบกันไปอีกหนึ่งทริปที่ประทับใจ ถึงจะเหนื่อย จะปวดขา จะทรมาณร่างกายสักแค่ไหน แต่ความสวยงามของธรรมชาติมันคุ้มค่าเสมอครับ ขอยคุณเจ้าหน้าที่อุทยานทุกท่านด้วยครับ ที่คอยให้คำแนะนำและอำนวยความสะดวกพวกเรา ^^  แล้วเราจะกลับไปเยือนอีกครั้งครับ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s